Shut Down
เพลงของ BLACKPINK ที่เอาท่วงทำนองไวโอลิน La Campanella ของปากานินีมาวางทั้งท่อนแล้วซ้อนบีตแทร็ป เป็นตัวอย่างคลาสสิกของวิธีที่เคป๊อปยืมดนตรีคลาสสิกตะวันตกไปเคาะประตูตลาดโลก
ปล่อยวันที่ 16 กันยายน 2022 เป็นเพลงไตเติ้ลของ BORN PINK อัลบั้มเต็มชุดที่ 2 ของ BLACKPINK เนื้อร้องโดย เท็ดดี้ แดนนี่ ชอง และวินซ์ ทำนองโดยเท็ดดี้กับ 24 มาจากสายของเท็ดดี้ โปรดิวเซอร์ที่แทบจะออกแบบซาวด์ของ YG คนเดียว (โปรดิวเซอร์คนเดียวกำหนดเสียงของค่าย) ความยาวแค่ 2:56 นาที
แกนของเพลงคือท่วงทำนองคอนแชร์โตของปากานินี นักไวโอลินอัจฉริยะแห่งศตวรรษที่ 19 เอาเมโลดี้ คลาสสิก ที่ใครๆ ก็เคยได้ยินมาวางบนบีตฮิปฮอป ได้บรรยากาศมืดและเย็นเยียบ การดึงงานคลาสสิกที่คนฟังฝั่งตะวันตกคุ้นหูมาใช้คือวิธีเกี่ยวหูก่อนภาษาจะเป็นกำแพง เลยถูกยกไปพูดถึงบ่อยเวลาคุยเรื่อง การปรับให้เข้ากับตลาดท้องถิ่น และมักถูกเทียบกับอีกแนวทางคือการผสม กุกัก ดนตรีพื้นเมืองเกาหลี
ท่อนแรกมาแบบมั่นสุดๆ "นี่ไม่ใช่คัมแบ็ก เพราะเราไม่เคยไปไหน" ตอบคำถามเรื่องห่างหายไปนานในบรรทัดเดียว MV เต็มไปด้วยการคารวะงานตัวเอง รถถังจาก DDU-DU DDU-DU ถูกเปลี่ยนเป็น M48 Patton ที่ใหม่กว่า ส่วนมินิคลาสสิกที่สี่สาวนั่งในเพลงเดบิวต์ Whistle ก็กลายเป็นลัมโบร์กินี อูรุส บอกผ่านพร็อพว่าวงโตขึ้นแค่ไหน แต่เพราะคำว่า "ลัมโบร์กินี" ในเนื้อเพลง เลยโดนตัดสินว่าออกอากาศไม่ได้ในรายการ Music Bank ของ KBS
ด้านสถิติคือปัง เป็นเพลงเคป๊อปเพลงแรกที่ขึ้นอันดับ 1 ชาร์ตรายสัปดาห์ระดับโลกของ Spotify และ MV ทะลุ 100 ล้านวิวใน 5 วัน เปิดตัวบน Billboard Hot 100 ที่อันดับ 25 และติดอันดับ 91 ในลิสต์เพลงยอดเยี่ยมปี 2022 ของ Billboard เป็นเพลงหลักของ เวิลด์ทัวร์ Born Pink และวิดีโอเพอร์ฟอร์มานซ์อย่างเป็นทางการก็คือการแสดงสดจากเวที เฮดไลเนอร์โคเชลลา
นอกเวทีก็ยังไปต่อ ปี 2023 ดนตรีของเพลงถูกใช้ในโฆษณาบริการสตรีมมิงของ Sky ที่อังกฤษ และปี 2024 อีจองฮูเลือกเป็นเพลงเดินลงสนามในฤดูกาลแรกกับซานฟรานซิสโก ไจแอนตส์