
Kill This Love
เพลงของ BLACKPINK ปี 2019 เปิดมาด้วยเสียงเครื่องเป่าที่ระเบิดตั้งแต่วินาทีแรก ทำลายสถิติยอดวิวใน 24 ชั่วโมงบน YouTube และจุดชนวนการแข่งขันล่าสถิติโลกของเกิร์ลกรุ๊ป
ปล่อยวันที่ 5 เมษายน 2019 เป็นเพลงไตเติลของมินิอัลบั้มชุดที่สองของ BLACKPINK โดยมี Teddy ผู้อยู่เบื้องหลัง DDU-DU DDU-DU กลับมาคุมเกมอีกครั้ง โครงเพลงทั้งหมดตั้งอยู่บนเสียงเครื่องเป่าแบบวงโยธวาทิตกับกลองหนักๆ เนื้อเพลงพูดถึงการรู้ตัวว่าความรักหวานๆ กำลังทำลายตัวเอง แล้วตัดสินใจจบมันด้วยมือตัวเอง ท่อนแรกที่ว่า hi หวานเหมือนนางฟ้าแต่ปิดท้ายด้วย bye ร้ายเหมือนปีศาจ ก็บอกความเป็นเกิร์ลครัชสไตล์ YG ได้ชัดเจน
สถิติตามมาเป็นขบวน MV ทำยอดวิว 56.7 ล้านใน 24 ชั่วโมงแรก แซง thank u, next ของ Ariana Grande ไปกว่า 1.3 ล้านวิว และแตะ 100 ล้านวิวใน 62 ชั่วโมง เท่ากับว่า อัลกอริทึม ดันคลิปนี้ขึ้นฟีดแนะนำทั่วโลกแทบจะข้ามคืน บน Billboard Hot 100 เพลงเปิดตัวที่อันดับ 41 และกลายเป็นเพลงเกิร์ลกรุ๊ป K-pop แรกที่อยู่บนชาร์ตได้ 4 สัปดาห์ติด ส่วนอัลบั้มขึ้นไปถึงอันดับ 24 บน Billboard 200 เดือนเดียวกันนั้นพวกเธอก็ขึ้นโชว์เพลงนี้บน เวที Coachella และกลายเป็นเพลงหลักใน เวิลด์ทัวร์ ที่ตามมา
เบื้องหลังก็สนุกไม่แพ้กัน MV แทบไม่ใช้ CG เลยถ่ายเสร็จก่อนคัมแบ็กถึง 9 วัน แต่ KBS ก็ยังตัดสินว่าไม่เหมาะออกอากาศ เพราะมีฉากที่ Rosé ขับรถโดยไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นอุปกรณ์ Galaxy ของ Samsung แทรกอยู่เป็น PPL ด้วย และเพราะ Epik High อดีตเพื่อนร่วมค่าย YG เคยปล่อยเพลงชื่อเดียวกันเป๊ะในปี 2012 แฟนต่างชาติบางคนเลยเข้าใจผิดก่อนเพลงออกว่าเป็นเพลงรีเมก ซึ่งไม่ใช่ เพลงของ Epik High เป็นฮิปฮอปดับสเต็ปคนละแนวเลย
อินโทรอลังการแบบนี้เลยถูกหยิบไปใช้ทุกที่ ทั้งเป็นเพลงประกอบตัวอย่างหนัง The Unbearable Weight of Massive Talent ของ Nicolas Cage กับ Pedro Pascal เป็นเพลงเปิดตัวนักกีฬาใน KBO และในโอลิมปิกปารีส 2024 สนาม ยิงธนู ก็เปิดอินโทรนี้ทุกครั้งที่นักกีฬาเกาหลีชนะ