
Memories of Murder
ชนบทจังหวัดคย็องกีปี 1986 นักสืบสองคนตามล่าฆาตกรต่อเนื่องที่จับไม่ได้จนตัวเองค่อยๆพังลง นี่คือหนังยาวเรื่องที่สองของบงจุนโฮ ผลงานปี 2003 ที่กลายเป็นมาตรฐานของหนังทริลเลอร์เกาหลี
เรื่องได้แรงบันดาลใจจากคดีฆาตกรรมต่อเนื่องฮวาซ็อง คดีค้างที่ดังที่สุดของเกาหลีในยุคนั้น ผ่านละครเวทีปี 1996 ชื่อ Come and See Me แล้ว บงจุนโฮ ก็เขียนบทใหม่โดยเติมเอกสารคดีจริงและบทสัมภาษณ์ พัคดูมัน ( ซงคังโฮ ) ตำรวจท้องถิ่นเชื่อว่ามองตาก็รู้ว่าใครผิด และรีดคำสารภาพด้วยกำปั้น ส่วนซอแทยุน (คิมซังคยอง) ที่อาสามาจากโซล เชื่อในเอกสารมากกว่า ระหว่างที่สองคนนี้ปะทะกันไม่หยุด ฆาตกรก็ลงมืออีกในคืนฝนตกโดยแทบไม่ทิ้งร่องรอย
สิ่งที่หนังเล่าจริงๆคือยุคสมัย ที่เกิดเหตุโดนไทยมุงเหยียบย่ำ หลักฐานโดนรถไถบดทับ ผู้ต้องสงสัยโดนซ้อมในห้องใต้ดิน ลองเทคบนคันนาช่วงต้นเรื่องสรุปความมั่วทั้งหมดได้ในช็อตเดียว ฉากที่พยอนฮีบงนักแสดงรุ่นใหญ่ลื่นไถลลงคันดินดูเหมือนอุบัติเหตุ แต่จริงๆถูกวางไว้หมด เขาล้มราว 13 รอบจนปวดเมื่อยไปทั้งตัว ส่วนท่าถีบลอยตัวที่พัคดูมันส่งให้ซอแทยุนตอนเจอกันครั้งแรก เป็นการด้นสดของซงคังโฮล้วนๆ ในบทเขียนไว้แค่ต่อย
ผู้ต้องสงสัยคนสุดท้าย พัคฮย็อนกยู รับบทโดย พัคแฮอิล ทุกคดีตรงกับคืนที่เขาขอเพลง Sad Letter ทางวิทยุ และมือของเขาก็ขาวนุ่มผิดปกติ แต่ผลตรวจ DNA จากอเมริกากลับไม่ตรงกัน บงจุนโฮบอกพัคแฮอิลให้เล่นแบบเชื่อสนิทใจว่าตัวเองบริสุทธิ์ หน้าอุโมงค์กลางสายฝน พัคดูมันถามเขาประมาณว่า "ยังกินข้าวอยู่ไหม" ประโยคนี้ซงคังโฮคิดออกมาหลังถ่ายซ้ำไปหลายเทค ดาร์ซี พาเก็ต ผู้แปลซับอังกฤษ แปลว่า "Do you get up early in the morning too?" จนกลายเป็นตำนาน และบงจุนโฮบอกว่าหลังจากนั้นก็ฝากซับไว้กับเขาตลอด
ช็อตสุดท้าย ซงคังโฮจ้องตรงเข้ากล้อง ซึ่งเป็นสิ่งที่หนังส่วนใหญ่เลี่ยง บงจุนโฮอยากให้ฆาตกรตัวจริงที่อาจนั่งอยู่ในโรงได้สบตากับนักสืบ อีก 16 ปีต่อมาภาพนั้นกลายเป็นเรื่องจริง เดือนกันยายน 2019 ตำรวจระบุตัวฆาตกรตัวจริงได้ด้วย DNA คือ อีชุนแจ ซึ่งตอนนั้นหลุดจากรายชื่อผู้ต้องสงสัยเพราะกรุ๊ปเลือดไม่ตรง และถูกจำคุกตลอดชีวิตจากคดีฆาตกรรมอีกคดีมาตั้งแต่ปี 1994 เพื่อนนักโทษยังให้การว่าในเรือนจำเคยฉายหนังเรื่องนี้หลายรอบ คดีนี้ยังทำให้คนหันกลับมามองว่าตัวละครพัคฮย็อนกยูดัดแปลงมาจากคนจริงที่เคยถูกกล่าวหาอย่างไม่เป็นธรรมระหว่างการสืบสวน
หนังทำยอดผู้ชม 5.25 ล้านคน ครองแชมป์หนังทริลเลอร์เกาหลีนาน 10 ปี และเมื่อรวมกับ Oldboy ของ พัคชานอุก และ A Tale of Two Sisters ของ คิมจีอุน ปี 2003 ก็ถูกจดจำว่าเป็นจุดพีคของ ยุคทองหนังเกาหลี เควนติน ทารันติโน ยกให้อยู่ในลิสต์หนังดีที่สุด 20 เรื่องตั้งแต่ปี 1992 และคืนที่บงจุนโฮคว้าผู้กำกับยอดเยี่ยมจาก Parasite บนเวที ออสการ์ เขาก็เอ่ยขอบคุณทารันติโนต่อหน้าทุกคน ปี 2019 คนในวงการหนัง 100 คนโหวตให้เป็นหนังเกาหลีที่ดีที่สุดในรอบร้อยปี อีก 13 ปีต่อมา ซีรีส์ Signal หยิบคดีเดียวกันขึ้นมาเปิดใหม่ และสายของ หนังที่ตีแผ่เรื่องจริง ก็ต่อยอดมาจากเรื่องนี้เยอะมาก เกร็ดเล็กๆคือทางดินกลางทุ่งนาสีทองที่พูอัน ตอนกลับไปถ่ายจริงดันถูกลาดยางไปแล้ว ทีมงานเลยต้องเอาดินกลบใหม่