sebaetdon (세뱃돈)
เงินที่ได้จากการกราบผู้ใหญ่ในวันปีใหม่ตามจันทรคติ สำหรับเด็กคือวันเงินเข้าก้อนใหญ่ที่สุดของปี ส่วนผู้ใหญ่คือฤดูควักกระเป๋าประจำปี
จุดเริ่มคือผู้ใหญ่ที่ไม่อยากให้คนที่มา เซแบ กลับบ้านมือเปล่า จนถึงกลางศตวรรษที่ 20 ของที่ให้มักเป็นต็อกหรือผลไม้ พอเปลี่ยนเป็นเงินก็ขึ้นตามค่าครองชีพ ยุค 60 ได้ราว 10 วอน พอธนบัตร 500 วอนกลายเป็นเหรียญในปี 1982 ก็เริ่มได้แบงก์ 1,000 กับ 5,000 วอน ยุค 90 แบงก์ 10,000 วอนกลายเป็นมาตรฐาน และพอมีแบงก์ 50,000 วอนในยุค 2010 ยอดก็พุ่งขึ้นแรง
มีธรรมเนียมเล็กๆ ด้วย ต้องให้แบงก์ใหม่กริบ เพราะเป็นเงินแรกของปี ก่อน ซอลลัล ธนาคารจึงมีคิวแลกแบงก์ใหม่ยาวเหยียด จำนวนเงินขึ้นตามอายุ ช่วงทองคือปีก่อนขึ้น ม.6 หรือปีที่เข้ามหาวิทยาลัย ลูกคนโตมักได้มากกว่านิดหน่อย แต่รออีกไม่กี่ปีน้องก็ได้เรตเดียวกัน ผลสำรวจปี 2016 บอกว่ายอดที่เหมาะคือเด็กประถมไม่เกิน 10,000 วอน มัธยม 30,000 ถึง 50,000 วอน มหาวิทยาลัย 50,000 วอนขึ้นไป
แล้วก็ประโยคในตำนานที่เด็กเกาหลีทุกคนเคยได้ยิน "เดี๋ยวแม่เก็บไว้ให้นะ" เงินก้อนนั้นแทบไม่เคยกลับมา เพราะพ่อแม่กำลังเอาไปชดเชยที่แจกหลานๆ ไป จนมีมุกว่าเงินจากลุงผ่านมือแม่ไปถึงลูกพี่ลูกน้องแล้วก็วนไปเรื่อยๆ บางบ้านก็ทำจริงจังด้วยการเปิดบัญชี ชอกกึม เงินฝากประจำในชื่อลูก
ฝั่งคนให้ก็ดราม่าไม่แพ้กัน พอได้งานทำก็เปลี่ยนจากคนรับเป็นคนจ่าย คนทำงานที่ยังโสดโดนทั้งคำถามเรื่องแต่งงานและต้องควักเงินไปพร้อมกัน เหมือน ชุกึยกึม ที่มีการคิดเงียบๆ ว่าให้ไปเท่าไรเดี๋ยวก็วนกลับมา ส่วนผู้ใหญ่ที่ให้แบงก์ต่างชาติเลขศูนย์เยอะๆ หรือบัตรกำนัลจะกลายเป็นตำนานของบ้าน แบบไม่ค่อยดีนัก
ช่วง โควิด ญาติที่มารวมตัวกันไม่ได้ก็โอนเซแบตดนผ่านมือถือแทน แม้เกาหลีตอนนี้จะ แทบไม่ใช้เงินสด แต่ซองปีใหม่ก็ยังต้องเป็นแบงก์อยู่ดี กราบในชุด ฮันบก กิน ต็อกกุก เล่น ยุตโนรี สักตาแล้วมานับซอง ก็ปิดบัญชีรายรับวันซอลลัลได้เลย