tujabatneun il (투자받는 일)
ถ้าสรุปวงจรชีวิตสตาร์ทอัพเกาหลีในบรรทัดเดียวก็คือ รับเงินคนอื่นมาโต แล้วสุดท้ายก็เข้าตลาดหุ้นหรือถูกซื้อกิจการ
ลำดับขั้นแทบจะตายตัว เงินเก็บของผู้ก่อตั้ง นักลงทุนแองเจิล และ accelerator จุดประกายแรก จากนั้นผ่าน seed กับ pre-A ไปสู่ Series A, B, C ที่เวนเจอร์แคปิตอลใส่เงินก้อนใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ บอสด่านสุดท้ายคือ pre-IPO และการเข้าตลาดหุ้น นี่คือเหตุผลที่ในซีรีส์เกาหลีเกี่ยวกับ สตาร์ทอัพ ประโยค 'ได้ Series A แล้ว' ต้องมาพร้อมฉากเปิดแชมเปญ ยิ่งผ่านรอบมากบริษัทยิ่งมั่นคง แต่ส่วนแบ่งจาก stock option ของพนักงานรุ่นแรกก็ยิ่งเล็กลง
เกาหลีมีกติกาเฉพาะตัวด้วย ในวงการรู้กันว่าถ้าผู้ก่อตั้งถือหุ้นต่ำกว่า 60% นักลงทุนแทบไม่แตะ เพราะกฎหมายเกาหลีไม่อนุญาตหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงหลายเท่า ท่าไม้ตายแบบซิลิคอนแวลลีย์ที่ถือหุ้นนิดเดียวแต่คุมบริษัทได้จึงใช้ไม่ได้ ผู้ก่อตั้งต้องกอดหุ้นไว้มากพอจะรักษาอำนาจบริหารหลังระดมทุนหลายรอบ คนละเกมกับ แชโบล ที่ตระกูลเจ้าของคุมกลุ่มบริษัทยักษ์ผ่านการถือหุ้นไขว้ซับซ้อน
ทางออกหรือ exit ก็ต่างจากอเมริกา ที่นั่นการถูกซื้อกิจการคือตอนจบยอดฮิต แต่ในเกาหลี M&A มีสัดส่วนแค่ราว 1% ของ exit ทั้งหมด พอตลาด IPO ในประเทศซบเซา บริษัทก็หันไปมองตลาดหุ้นต่างประเทศมากขึ้น ในวงการบันเทิง ตอนจบที่ดังที่สุดคือการเข้าตลาด พอ ค่ายเพลง เข้าตลาดหุ้น แฟนๆ ก็กลายเป็นผู้ถือหุ้น และผลงานคัมแบ็กถูกอ่านเป็นข่าวหุ้น ตัวอย่างชัดที่สุดคือ HYBE และนี่คือเหตุที่ ธุรกิจ IP หรือการทำเงินจากตัวละครหรือเรื่องเดียวในทุกสื่อ กลายเป็นคำบังคับในทุก pitch deck
ช่วงเงินล้นกับช่วงเงินแห้งต่างกันสุดขั้ว ยุคโควิดเงินทุนล้นตลาดจนลงทุนกันแบบไม่ถามอะไร บางบริษัทถึงขั้นจ้างนักศึกษาด้วยการล่อด้วย stock option พอดอกเบี้ยขึ้นทุกอย่างก็พลิก เข้าสู่ช่วงที่วงการเรียกว่า 'ฤดูหนาว' บริษัทที่ระดมทุนรอบถัดไปไม่ได้ต้องปิดตัวก่อนถึงจุดคุ้มทุน ข่าว เลิกจ้าง ตามมาเป็นขบวน มุกเก่าจากยุคดอทคอมถูกหยิบมาเล่นอีกครั้ง สำเร็จได้ขับ Benz ล้มเหลวได้นั่ง bench (ในภาษาเกาหลีสองคำนี้ออกเสียงแทบเหมือนกัน)
อัตรารอดห้าปีของบริษัทสตาร์ทอัพเกาหลีเคยอยู่ท้ายตาราง OECD พ่อแม่รุ่นก่อนเลยยังแนะนำทางปลอดภัยอย่าง ออมทรัพย์แบบ jeokgeum ขณะที่วงการคอนเทนต์ได้เห็นทุนจากข้างนอกขยายตลาดมาหลายครั้ง อย่างตอนที่ Netflix เพิ่มเดิมพัน ใน ประเทศที่ต้องส่งออกถึงจะอยู่รอด การได้รับเงินลงทุนจึงเหมือนการซื้อตั๋วไปตลาดโลกด้วย