อดีตประธานาธิบดีในศาล
ในเกาหลีมีอดีตประธานาธิบดีหลายคนถูกสอบสวนและขึ้นศาลหลังพ้นตำแหน่ง บางคนติดคุกจริงแล้วก็ได้อภัยโทษออกมา และเรื่องแบบนี้เกิดซ้ำแล้วซ้ำอีก สำหรับคนนอกนี่คือหนึ่งในฉากการเมืองเกาหลีที่งงที่สุด
เข้าใจกลไกก่อนแล้วจะเห็นภาพ รัฐธรรมนูญเกาหลีห้ามฟ้องประธานาธิบดีที่อยู่ในตำแหน่ง ยกเว้นคดีกบฏหรือการทรยศต่อชาติ และระหว่างนั้นอายุความก็หยุดนับ ข้อกล่าวหาทั้งหมดที่สะสมมาตลอดวาระเลยไปกองอยู่บนโต๊ะอัยการในวันที่ลงจากตำแหน่ง แถมยังเป็น วาระเดียวห้าปี จะลงสมัยที่สองเพื่อยื้อต่อก็ไม่ได้
ฉากแรกเกิดกลางยุค 1990 รัฐบาลคิมยองซัมประกาศจะชำระประวัติศาสตร์ และในปี 1995 อดีตประธานาธิบดีชอนดูฮวานกับโนแทอูก็ถูกจับและฟ้อง ข้อหาครอบคลุมการก่อกบฏทางทหารปี 1979 การปราบปรามนองเลือดใน เหตุการณ์ลุกฮือที่ควังจู และเงินก้อนมหาศาลที่รับจากภาคธุรกิจ ชอนดูฮวานโดนโทษประหารในศาลชั้นต้นก่อนลดเป็นจำคุกตลอดชีวิตในชั้นอุทธรณ์ ส่วนโนแทอูก็โดนโทษหนักเช่นกัน การก่อกบฏที่หนัง 12.12: The Day เล่าไว้เลยถูกตัดสินในศาลจริง ๆ ทั้งสองคนได้รับอภัยโทษพิเศษในปี 1997 หลังเลือกตั้งประธานาธิบดีปีนั้นไม่นาน ด้วยเหตุผลเรื่องความปรองดองของชาติ
หลังจากนั้นก็ยังไม่จบ อดีตประธานาธิบดีโนมูฮยอนเสียชีวิตในปี 2009 ระหว่างถูกสอบสวนเรื่องเงินที่ถูกกล่าวหาว่ามอบให้ครอบครัว และคดีก็ปิดลง พักกึนฮเยที่ถูกถอดถอนในปี 2017 จาก คดีแทรกแซงอำนาจรัฐ โดนโทษหนักถึงที่สุดจากคดีสินบนที่พัวพันกับ แชบอล แล้วได้อภัยโทษปลายปี 2021 อีมยองบักก็โดนจำคุก 17 ปีถึงที่สุดในคดีสินบนและยักยอก ก่อนได้อภัยโทษปลายปี 2022 ล่าสุดคือยุนซอกยอล หลัง กฎอัยการศึกเดือนธันวาคม 2024 และ การถูกศาลรัฐธรรมนูญถอดถอน เขาถูกส่งฟ้อง และเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ศาลชั้นต้นตัดสินจำคุกตลอดชีวิตในฐานะหัวหน้าการก่อกบฏ คำตัดสินนี้ยังไม่ถึงที่สุด
นอกจากคุกยังมีราคาที่ต้องจ่าย ถ้าถูกถอดถอนหรือโดนโทษจำคุกถึงที่สุด สิทธิประโยชน์ของอดีตประธานาธิบดีทั้งเงินบำนาญและเลขาจะหายไปหมด เหลือแค่การอารักขา ปี 2026 ในบรรดาอดีตประธานาธิบดีสี่คนที่ยังมีชีวิตอยู่ มีแค่มุนแจอินคนเดียวที่ยังได้สิทธิ์นี้
ทำไมถึงเกิดซ้ำ ฝั่งหนึ่งบอกว่าระบบรวมอำนาจไว้ที่คนคนเดียวมากเกินไป อีกฝั่งบอกว่ารัฐบาลใหม่ทุกชุดใช้ศาลแก้แค้นทางการเมืองกับรัฐบาลก่อน ไม่ว่าคำตอบจะเป็นแบบไหน ทุกจังหวะสำคัญผู้คนก็ออกมารวมตัวที่ ลานชุมนุม และตั้งแต่ยุค ประชาธิปไตย สังคมเกาหลีก็สร้างวิธีของตัวเองในการพาอำนาจขึ้นศาล