12.12: The Day
หนังที่เล่าเก้าชั่วโมงในคืนวันที่ 12 ธันวาคม 1979 ตอนที่กบฏทหารยึดเกาหลีใต้ได้สำเร็จ ทุกคนรู้ตอนจบอยู่แล้ว แต่คนดู 13 ล้านคนก็ยังเดินออกจากโรงแบบเดือดสุดๆ
กำกับโดยคิมซองซู เข้าฉายเดือนพฤศจิกายน 2023 หลังประธานาธิบดีพัคจองฮีถูกลอบสังหารเมื่อ 26 ตุลาคม 1979 โซล ได้สัมผัสความหวังประชาธิปไตยอยู่ช่วงสั้นๆ ที่คนเกาหลีเรียกว่า ฤดูใบไม้ผลิแห่งโซล หนังเรื่องนี้โฟกัสคืนเดียวที่ทำให้ความหวังนั้นดับลง ชื่อเกาหลีจึงเป็นการประชดที่ถามว่าทำไมฤดูใบไม้ผลินั้นไม่เคยมาถึง และไม่เคยถูกเปลี่ยนเลยตั้งแต่บทร่างแรก เพราะคนต่างชาติอาจไม่รู้บริบท ชื่อภาษาอังกฤษเลยใส่วันที่ไปตรงๆ ว่า 12.12: The Day ตัวผู้กำกับเองตอนนั้นเป็นนักเรียน ม.6 และบังเอิญอยู่ย่านฮันนัมดง เขาได้ยินเสียงปืนทั้งคืนโดยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ความสงสัยนั้นคือจุดเริ่มต้นของหนังเรื่องนี้
ชื่อตัวละครจริงถูกเปลี่ยนแค่หนึ่งสองพยางค์ ผู้บัญชาการหน่วยความมั่นคงชอนดูกวังคือชอนดูฮวาน ส่วนโนแทกอน เพื่อนรุ่นเดียวกันจากโรงเรียนนายร้อยคือโนแทอู ฮวังจองมิน แต่งหน้าหัวล้านเต็มรูปแบบ และทวีตของแฟนคลับหลังดูตัวอย่างว่า ออกไปจากร่างโอปป้าของฉันเดี๋ยวนี้ ก็ไวรัลไปทั่ว เขาเล่าทีหลังว่าตอนแต่งหน้าอยู่ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เลย ฝั่งที่ขวางกบฏคือผู้บัญชาการกองรักษาการณ์เมืองหลวงอีแทชิน รับบทโดย จองอูซอง ต่างจากตัวละครอื่น ตัวนี้ถูกเปลี่ยนแม้แต่นามสกุลจากนายพลจางแทวัน เพราะผู้กำกับอยากให้เป็นน้ำลึกที่นิ่งสู้กับไฟของชอน ไม่ใช่ไฟปะทะไฟ สองนักแสดงเคยเป็นศัตรูกันมาแล้วใน Asura และนี่คือผลงานเรื่องที่ห้าของจองอูซองกับผู้กำกับคนนี้
การเลือกนักแสดงสมทบมีมุกที่คนเกาหลีดูแล้วอมยิ้ม อีซองมิน เคยรับบทประธานาธิบดีใน The Man Standing Next ที่เล่าเหตุการณ์ก่อนหน้าไม่กี่สัปดาห์ แต่เรื่องนี้กลายเป็นเสนาธิการทหารบกที่ถูกลากตัวไป คิมอึยซอง ที่เล่นเป็นรัฐมนตรีกลาโหมสุดไม่ได้เรื่อง เคยเป็นนักข่าวในคุกที่แอบส่งความจริงออกไปใน 1987: When the Day Comes ส่วน จองแฮอิน เลื่อนยศพรวดจากพลทหารใน D.P. มาเป็นพันตรีโอจินโฮ นายทหารที่ภักดีจนวินาทีสุดท้าย อายุของเขาตอนถ่ายทำเท่ากับอายุของพันตรีคิมโอรังตัวจริงตอนที่เสียชีวิต
ความปังของหนังกลายเป็นปรากฏการณ์ทางสังคม คนดูรอบพิเศษคนหนึ่งโพสต์สมาร์ตวอตช์ที่วัดชีพจรได้ 178 bpm หลังฉากจบ จนเกิด heart rate challenge ตามมาด้วยชาลเลนจ์ไปสุสานแห่งชาติ เพื่อไปเคารพหลุมศพทหารที่ยืนหยัดต่อต้านกบฏ คนดู 57.9% อยู่ในวัย 20 ถึง 30 กว่า วันที่ 24 ธันวาคม 2023 กลายเป็น หนังสิบล้าน เรื่องเดี่ยวเรื่องแรกหลังโควิด และปิดที่ 13,128,587 คน ขึ้นอันดับหนึ่งของปี 2023 และของยุค 2020s ในเกาหลี มีคนเจาะรูโปสเตอร์ชอนดูกวังในโรงหนัง และ CGV ถึงขั้นเอาหนัง Hostage ที่ฮวังจองมินโดนทรมานกลับมาฉายใหม่เป็นอีเวนต์ระบายแค้น ในอีกด้าน กลุ่มอนุรักษ์นิยมบางกลุ่มพยายามขวางการพานักเรียนไปดูและแจ้งความครูใหญ่ แต่อัยการสั่งไม่รับคดี
ดนตรีกับฉากจบก็ติดตาไม่หาย เพลงทหาร To the Frontline ถูกนำมาเรียบเรียงใหม่หลายรอบ และคอรัสตอนจบเปลี่ยนเนื้อร้องสดใสเรื่องฤดูใบไม้ผลิที่แนวหน้า เป็นแนวหน้าที่หิมะโปรยปราย แทนฤดูใบไม้ผลิที่ไม่เคยมา ที่ย้อนแย้งคือเพลงนี้เองเกิดขึ้นในช่วงต้นยุครัฐบาลชอน ฉากสุดท้าย ภาพหมู่ของฝ่ายกบฏค่อยๆกลายเป็นภาพจริงของกลุ่มฮานาฮเว พร้อมตัวอักษรบอกตำแหน่งที่พวกเขาได้ครองหลังจากนั้น ส่วนเรื่องที่คนเหล่านั้นต้องขึ้นศาลในที่สุด ตามต่อได้ที่ ศาลหลังพ้นตำแหน่ง
คืนนั้นนำไปสู่ การลุกฮือกวางจู ในเดือนพฤษภาคมปีถัดมา และ ประชาธิปไตย ของเกาหลีก็ถูกเลื่อนไปจนถึง การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยเดือนมิถุนายน คนเกาหลีเลยชอบดูหนังเรื่องนี้ต่อกับ A Taxi Driver และ 1987 หนังคว้ารางวัลแดซังสายภาพยนตร์ ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมของฮวังจองมินที่ Baeksang Arts Awards ครั้งที่ 60 รวมถึงภาพยนตร์ยอดเยี่ยมและนักแสดงนำชายที่ Blue Dragon Film Awards ครั้งที่ 45 จองอูซองยังไปออกช่องยูทูบของ ซองชีคยอง แล้วแซะวงการตัวเองว่า ถ้าตัวเองไม่เคยเข้าโรงหนัง ก็อย่ามาขอให้คนอื่นไปดูหนังของตัวเอง
แล้วหนึ่งปีหลังหนังเข้าฉาย เมื่อมีการประกาศ กฎอัยการศึกเดือนธันวาคม 2024 หนังเรื่องนี้ก็ถูกพูดถึงอีกครั้งราวกับเป็นคำทำนาย กลับขึ้นท็อป 10 รายสัปดาห์ของ Netflix และผู้คนเรียกคืนนั้นว่า คืนแห่งโซล และ ฤดูหนาวแห่งโซล