1987: When the Day Comes
มกราคม 1987 นักศึกษาคนหนึ่งเสียชีวิตระหว่างถูกตำรวจสอบสวน รัฐพยายามกลบเรื่อง แต่คนธรรมดาหลายคนไม่ยอมเงียบ ผลงานปี 2017 ของผู้กำกับจางจุนฮวาน ว่าด้วยประกายไฟแรกของการเรียกร้องประชาธิปไตยในเกาหลี
ทุกอย่างเกิดขึ้นจริง ตอนที่พัคจงชอล นักศึกษาวัย 22 ปีเสียชีวิตระหว่างสอบสวน ตำรวจแถลงหน้าตาเฉยว่าเจ้าหน้าที่แค่ทุบโต๊ะ เด็กคนนั้นก็ร้องแล้วล้มตาย หนังเล่าว่าคำโกหกนี้พังลงยังไงแบบส่งไม้ต่อกันเป็นทอดๆ หัวหน้าหน่วยต่อต้านคอมมิวนิสต์พัค (คิมยุนซอก) เร่งจะเผาศพ อัยการชเว (ฮาจองอู) ที่บังเอิญเข้าเวรคืนนั้นไม่สนคำสั่งเบื้องบนและดันให้ชันสูตร นักข่าวคนหนึ่งตีข่าวผลชันสูตรว่าขาดอากาศหายใจระหว่างถูกทรมานด้วยน้ำ แล้วผู้คุมเรือนจำฮันบยองยง (ยูแฮจิน) ก็รู้ความจริงจากในคุก เลยขอให้หลานสาวยอนฮี (คิมแทรี) ช่วยลักลอบส่งข่าวออกไป ในชีวิตจริง นักเคลื่อนไหวที่ถูกขังอยู่ได้ยินความจริงจากตำรวจที่ทรมานซึ่งถูกขังห้องข้างๆ ฝากผู้คุมที่สนิทกันส่งต่อ แล้วคณะบาทหลวงคาทอลิกก็เปิดโปงต่อสาธารณะ
หนังเรื่องนี้ไม่มีพระเอกคนเดียว และนั่นคือหัวใจของมัน อัยการ หมอ นักข่าว ผู้คุม บาทหลวง นักศึกษา ถ้ามองทีละคนก็เป็นแค่การขัดขืนเล็กๆ ต่อหน้าอำนาจรัฐ แต่พอต่อกันเป็นทอดก็กลายเป็นคลื่นลูกใหญ่ นักแสดงเลยตึงมาก แต่นอกจากคิมยุนซอกแล้วแทบทุกคนได้บทสมทบ ยอจินกู รับบทพัคจงชอล คังดงวอนรับบทนักศึกษาอีฮันยอล และ คิมอึยซอง ก็โผล่มาด้วย ผู้กำกับบอกว่าเรื่องของการเอาไข่ปาหินซ้ำๆ จนหินแตกต้องใช้หน้าที่คนดูจำได้ทันที
กว่าจะได้สร้างก็ดราม่าไม่แพ้กัน โปรเจกต์เริ่มในยุครัฐบาลพัคกึนฮเย ท่ามกลางเงาของบัญชีดำวงการศิลปะ นักลงทุนและนักแสดงถอยกันเป็นแถว ถึงขั้นคิดจะถ่ายแบบทุนต่ำ สิ่งที่พลิกเกมคือคังดงวอนเสนอตัวมาเล่นเอง เงินทุนเลยตามมา ชื่อเดิมคือ 'คนธรรมดา 'แต่มีหนังอีกเรื่องเกี่ยวกับปี 1987 ใช้ชื่อคล้ายกันออกฉายก่อน ส่วนชื่อภาษาอังกฤษไปพ้องกับเพลงปิดเรื่อง 'เมื่อวันนั้นมาถึง 'เพลงประท้วงที่พัคจงชอลชอบตอนยังมีชีวิต
รายละเอียดคือเก็บทุกเม็ด เป็นหนังเกาหลีเรื่องแรกที่ได้รับอนุญาตให้ถ่ายในอาสนวิหาร เมียงดง ส่วนฉากคุกถ่ายที่เรือนจำเดียวกับ Prison Playbook ฉากรองเท้ายอนฮีหลุดข้างหนึ่งสะท้อนรองเท้าของอีฮันยอลที่หลุดตอนเขาล้มเพราะโดนแก๊สน้ำตา ข้างที่เหลือยังจัดแสดงอยู่ที่หอรำลึกจนทุกวันนี้ คิมยุนซอกหารูปหัวหน้าหน่วยตัวจริงมาดู ปรับไรผม หวีเสยผม แถมใส่ที่ครอบฟันให้กรามดูหนา ประโยคทุบโต๊ะในตำนานนั้นเขาด้นสดเอง และที่พีคคือเขาเป็นรุ่นน้องโรงเรียนมัธยมเดียวกับพัคจงชอล นี่ยังเป็นครั้งที่สามที่คิมยุนซอกกับฮาจองอูเป็นคู่ปรับกัน ต่อจาก The Chaser และ The Yellow Sea ส่วนผู้หญิงบนหลังคารถบัสในฉากจบที่พันผ้าเช็ดหน้าแดงไว้ที่มือแล้วนำตะโกนก็คือมุนโซรี ภรรยาของผู้กำกับ
หนังเข้าฉาย 27 ธันวาคม 2017 ชนกับหนังอีกเรื่องของฮาจองอูเอง Along with the Gods เปิดตัวอันดับสอง แล้วปากต่อปากจนขึ้นอันดับหนึ่งในวันที่ 13 ปิดที่ราว 7.2 ล้านคน ทะลุจุดคุ้มทุน 4 ล้านไปไกลแม้จะไม่ถึงสิบล้าน คว้าภาพยนตร์ยอดเยี่ยมกับนักแสดงนำชาย (คิมยุนซอก) ที่ Blue Dragon และรางวัลแดซังที่แพ็กซัง คิมแทรีที่ไปร่วมม็อบเทียนบอกว่าปี 1987 กับ 2017 เชื่อมกันอย่างประหลาด ส่วนประธานาธิบดีในเวลานั้นเลือกประโยคของยอนฮี 'ทำแบบนั้นแล้วโลกจะเปลี่ยนเหรอ?' เป็นฉากที่ติดใจที่สุด
ต่างประเทศตอบรับสุดขั้ว จีนแบนการฉายและลบข้อมูลในเว็บหนัง ฮ่องกงตั้งชื่อรองว่า 'พลเมืองผู้ต้านอำนาจ 'ตามแพตเทิร์นเดียวกับ The Attorney และ A Taxi Driver เลยกลายเป็นไตรภาคแห่งการต่อต้านไปโดยไม่ตั้งใจ และยังถูกนำมาฉายอีกครั้งช่วงการประท้วงปี 2019 ถ้าดู 12.12: The Day ต่อด้วยเรื่องของ การลุกฮือที่ควังจู แล้วปิดด้วยเรื่องนี้กับ การต่อสู้เดือนมิถุนายน ก็จะเห็นภาพรวมของ การเป็นประชาธิปไตย ของเกาหลี เป็นตัวท็อปของสาย หนังแฉเรื่องจริง แต่หลายคนก็มองว่ามันขมปนหวาน เพราะหลังการลุกฮือ ผู้ชนะเลือกตั้งกลับเป็นอดีตนายพลโนแทอู