decodeK

สี่ฤดูที่เริ่มสั่นคลอน

คำสิ่งแวดล้อมสภาพอากาศหัวใจสำคัญ

ฤดูใบไม้ผลิกับใบไม้ร่วงสั้นลง ฤดูร้อนยาวขึ้นเรื่อยๆ สี่ฤดูที่ชัดเจนซึ่งตำราเรียนเกาหลีภูมิใจนักหนา ตอนนี้กลายเป็นคำถามที่ต้องคิดกันจริงจัง

คนเกาหลีเรียนมาตั้งแต่เด็กว่าประเทศตัวเองมี สี่ฤดูที่ชัดเจน เหมือนเป็นประโยคแรกของการแนะนำประเทศ แต่ช่วงหลังความรู้สึกไม่ใช่แบบนั้น ซากุระ บานเร็วขึ้นทุกปี จนกำหนดวันเทศกาลดอกไม้แทบจะต้องเดา ส่วน จังมา หรือฤดูฝนก็เปลี่ยนจากฝนตกยาวทั้งฤดู เป็นฝนที่เทหนักแต่สั้น การรอ ใบไม้เปลี่ยนสี กับ หิมะแรก ก็ไม่เป็นไปตามปฏิทินเดิมอีกแล้ว

สัญญาณที่ชัดที่สุดมาตอนกลางคืน คืนร้อนแบบเขตร้อน ที่อุณหภูมิต่ำสุดไม่ลดลงต่ำกว่า 25 องศา ที่โซลเพิ่มจากเฉลี่ยปีละ 8.5 วัน (ปี 1981 ถึง 2010) เป็น 12.5 วัน (ปี 1991 ถึง 2020) วันที่ 2 สิงหาคม 2018 โซล วัดอุณหภูมิต่ำสุดตอนเช้าได้ 30.3 องศา เป็นคืนที่เกิน 30 องศาครั้งแรกในประวัติการตรวจวัดของเมือง ตั้งแต่ปี 2022 คืนร้อนในเดือนมิถุนายนกลายเป็นเรื่องประจำปีของโซล และเดือนสิงหาคม 2024 เมือง เชจู เจอคืนร้อนครบทั้ง 31 วัน วันที่ 18 กันยายนปีเดียวกัน อุณหภูมิต่ำสุดของโซล 26.5 องศาก็ทำสถิติใหม่ของเดือนกันยายน สุดท้ายปี 2026 ถึงขั้นมีประกาศเตือนคืนร้อนแยกออกมาเฉพาะ

ฤดูหนาวก็สั่นคลอนไปอีกทาง น้ำไม่ยอมแข็งจน เทศกาลท้องถิ่น ฤดูหนาวถูกยกเลิกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ชีวิตที่เคยหมุนตามฤดูกาล ตั้งแต่จังหวะการทำ กิมจัง ไปจนถึงบรรยากาศ ทะเลหน้าร้อน ก็ค่อยๆ เคลื่อนผิดจังหวะ เรื่องของ แฮนยอ ที่ทำงานในทะเลเองก็มักถูกยกขึ้นมาในบทสนทนาเดียวกัน

หัวข้อนี้เลยไม่จบแค่เรื่องอากาศ แต่พันเกี่ยวกับ ฝุ่นละออง คำสัญญาลดคาร์บอน และการถกเถียงว่า อะไรเปลี่ยนไปหลัง โศกนาฏกรรมครั้งใหญ่