cheunggan soeum (층간소음)
คือปัญหาเสียงเดินของห้องชั้นบนที่ลงมาถึงเพดานห้องล่างแบบเต็มๆ ในเกาหลีนี่คือเรื่องทะเลาะกันระหว่างเพื่อนบ้านอันดับหนึ่ง และบางครั้งก็ไปไกลถึงข่าวอาชญากรรม
เสียงยอดฮิตมีชื่อเรียกด้วย คือ ' พัลมังชี ' หรือค้อนเท้า หมายถึงคนที่เดินลงส้นตึงๆ บ้านเกาหลีต้อง ถอดรองเท้า ก่อนเข้า แล้วเดินเท้าเปล่าบนพื้นแข็งที่อุ่นด้วย ออนดล ทุกก้าวเลยกระแทกพื้นแรงกว่าบ้านฝรั่งที่ปูพรมใส่สลิปเปอร์ บวกเสียงเด็กวิ่ง สัตว์เลี้ยง ลู่วิ่งจากการ ออกกำลังกายที่บ้าน ตอนดึก และเสียงสว่านอีก พอเริ่มรำคาญแล้ว เสียงเล็กๆ ก็ทนไม่ได้ คนเกาหลีเรียกอาการนี้ว่า ' หูเปิด ' และเปิดแล้วก็ปิดกลับยาก
ทำไมเกาหลีหนักเป็นพิเศษ คนส่วนใหญ่อยู่ อพาร์ตเมนต์ และอาคารที่สร้างหลังยุค 1980 เกือบทั้งหมดใช้โครงสร้างผนังรับน้ำหนักแบบไม่มีเสา เสียงเลยวิ่งไปตามผนังและพื้น ส่วนญี่ปุ่นข้างๆ มักสร้างคอนโดสูงแบบมีเสา ทางเลือกแบบเสากับแผ่นพื้นก็ภาพลักษณ์ไม่ดี เพราะเป็นวิธีเดียวกับตึกใน เหตุห้างซัมพุงถล่ม
แก้ยากมาก มีศูนย์ไกล่เกลี่ยเรื่องเสียงและคณะกรรมการระงับข้อพิพาท แต่ทำได้แค่แนะนำ บังคับไม่ได้ หลังช่วงวันหยุดตรุษเกาหลีปี 2013 ที่การทะเลาะเรื่องเสียงลุกลามเป็นคดีฆาตกรรมและวางเพลิง รัฐบาลก็รีบประกาศคุมมาตรฐานการก่อสร้างให้เข้มขึ้น ตั้งแต่กรกฎาคม 2022 อพาร์ตเมนต์ใหม่ต้องวัดประสิทธิภาพกันเสียงก่อนเข้าอยู่ แต่ช่วงแรกสุ่มวัดแค่ 2% ของห้อง และถ้าไม่ผ่านก็แค่ได้คำแนะนำให้แก้ เลยโดนวิจารณ์ว่ามีไว้แค่ชื่อ
คนที่ทนไม่ไหวบางคนก็เอาคืน ถึงขั้นมีลำโพงสั่นติดเพดานขายเป็น ' สินค้าแก้แค้น ' แต่ระวังนะ การส่งเสียงใส่บ้านใดบ้านหนึ่งซ้ำๆ อาจเข้าข่ายกฎหมายสะกดรอยตามของเกาหลี และเคยมีคำตัดสินให้ห้องล่างที่ทำเสียงแก้แค้นต้องจ่ายห้องบน 30 ล้านวอน ศาลบอกประมาณว่าโทรหรือส่งข้อความไปเถอะ ทางที่เวิร์กจริงเลยเป็นการทูต เช่นแปะโน้ตขอโทษในลิฟต์ไว้ก่อน ฝากเรื่องผ่าน ป้อมยาม และใช้ นุนชี เยอะๆ
ป๊อปคัลเจอร์ก็หยิบมาเล่นบ่อย Gag Concert เคยทำมุกเรื่องเสียงชั้นบน แล้วต้องถอดภายในสองสัปดาห์เพราะผู้เสียหายตัวจริงประท้วงว่าเอาพวกเขามาล้อ ทาบลโล เคยแต่งท่อนแร็ปเล่นคำ ' เซแด ' ที่แปลได้ทั้งรุ่นคนและครัวเรือน ช่วง โควิด ที่ทุกคนติดบ้าน เรื่องร้องเรียนพุ่งขึ้นชัดเจน ส่วนห้องสตูดิโอกับ โกชีวอน ปัญหาใหม่คือเสียงทะลุผนังจากห้องข้างๆ