sudogwon jipjung (수도권 집중)
คนเกาหลีใต้มากกว่าครึ่งประเทศอาศัยอยู่ในโซลและเมืองรอบ ๆ ที่เรียกว่าเขตมหานครเมืองหลวง มหาลัยดัง บริษัทใหญ่ คอนเสิร์ต ทุกอย่างอยู่ที่นั่นหมด การย้ายจากต่างจังหวัดขึ้นโซลเลยกลายเป็นเรื่องปกติ
ตัวเลขชัดมาก ประชากรราว 20% อยู่ใน โซล และเกินครึ่งอยู่ในโซล คยองกี และ อินชอน รวมกัน สำนักงานใหญ่ของ Samsung, LG, SK, Hyundai รัฐสภา ศาลฎีกา สื่อหลัก มหาลัยท็อปและโรงพยาบาลใหญ่ ๆ แทบทั้งหมดอยู่ในวงนี้ คนเกาหลีเลยแซวกันว่านี่คือ "สาธารณรัฐโซล"
สำหรับวัยรุ่น เรื่องนี้คือเส้นทางชีวิตเลย เป้าหมายของ การสอบเข้ามหาลัย คือได้เรียนมหาลัย "ในโซล" ต่อด้วยค่านิยม สถาบันการศึกษา และสามมหาลัย SKY คนหางานถึงขั้นมีมุก "เส้นแบ่งเขตใต้" คือบริษัทอยู่ลงใต้ได้ไกลแค่ไหนถึงจะยังยอมสมัคร บางคนสอบติดแพทย์ต่างจังหวัดแล้วแต่ยังยอม ซิ่วสอบใหม่ เพื่อเข้าคณะแพทย์ใกล้โซล
ที่น่าสนใจคือประชากรของโซลเองกำลังลดลง โซลทะลุ 10 ล้านคนในปี 1988 และลดลงเรื่อย ๆ ตั้งแต่ปี 2010 แต่คนที่ย้ายออกส่วนใหญ่แค่ขยับไปอยู่คยองกีหรืออินชอน ค่าบ้านและ ชอนเซ แพงจนสู้ไม่ไหว แต่งานยังอยู่ในโซล ทุกเช้าเลยต้องเบียด รถบัส แดงสายด่วนกับรถไฟที่แน่นเอี๊ยด กลายเป็น นรกการเดินทางไปทำงาน ที่ใครก็รู้จัก อินชอนแซงแทกูไปตั้งแต่ปี 1999 และปี 2024 มีประชากรสัญชาติเกาหลีเกิน 3 ล้านคน
อีกฝั่งหนึ่ง ต่างจังหวัดเริ่มว่างเปล่า แม้แต่ ปูซาน เมืองใหญ่อันดับสองก็มีประชากรแค่ราวหนึ่งในสามของโซล ส่วน แทกู รั้งท้ายผลิตภัณฑ์มวลรวมต่อหัวของภูมิภาคมากว่า 30 ปี คำว่า "ท้องถิ่นสูญพันธุ์" กลายเป็นพาดหัวข่าวประจำ พอมาเจอ อัตราการเกิดต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ก็ยิ่งน่ากลัว มีงานวิจัยบอกว่า KTX ที่วิ่งโซลถึงปูซานราวสองชั่วโมงครึ่ง กลับยิ่งดูดคนและเงินเข้าเมืองหลวง ส่วนรถติดยาวเหยียดช่วง กลับบ้านเกิด วันหยุดยาว ก็เพราะทุกคนย้ายมาอยู่โซลแล้วออกเดินทางวันเดียวกันนั่นเอง
รัฐบาลพยายามคุมการเติบโตของเขตเมืองหลวงมาตั้งแต่ยุค 1980 ถึงขั้นสร้างเมืองเซจงและ "เมืองนวัตกรรม" หลายแห่ง แต่ผ่านไป 40 ปี การกระจุกตัวกลับหนักกว่าเดิม เคยสังเกตไหมว่าทำไมพระเอกนางเอกซีรีส์เกาหลีชอบลากกระเป๋าขึ้นโซล คำตอบอยู่ตรงนี้